การเพาะพันธุ์
การปักชำกิ่ง
เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายและประหยัด
นอกจากนี้ยังขยายพันธุ์ได้คราวละมากๆ
ต้นใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ
แต่จะใช้เวลาในการงอกของรากนานและโอกาสที่กิ่งชำจะเน่าก็มีมาก
ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปักชำจึงควรเป็นช่วงฤดูหนาว คือช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม
ขั้นตอนการปักชำกิ่งมีดังนี้
1.
เลือกต้นที่มีกิ่งแขนงไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
โดยสังเกตที่สีของกิ่งต้องมีสีเข้มคล้ำแต่ก็ไม่ดำ เพราะถ้ากิ่งแก่มากจะออกรากยาก
ถ้ากิ่งอ่อนมากจะเน่าได้ง่าย งดใส่ปุ๋ยและงดการให้น้ำอย่างน้อย 5-7 วัน
2.
ใช้มีดที่คมและสะอาดตัดกิ่งที่เลือกไว้ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ถ้าเป็นกิ่งแขนงที่มีความยาว
4-5 นิ้ว อยู่แล้ว ให้ตัดให้ชิดกับลำต้น
จะช่วยให้กิ่งชำเน่ายากขึ้น เด็ดใบที่โคนกิ่งชำออกให้เหลือใบที่ยอดประมาณ 5-6
ใบ แล้วล้างยางที่บริเวณรอยตัดและรอยเด็ดใบด้วยน้ำสะอาด
3.
ใช้ปูนแดงหรือยาป้องกันเชื้อราทาตรงบริเวณรอยตัดของต้นแม่
เพื่อป้องกันเชื้อราเข้าแผล
4.
เมื่อเตรียมกิ่งชำเรียบร้อยแล้ว การปักชำสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
การปักชำดินและการปักชำน้ำ
o การปักชำดิน
นำกิ่งชำที่เตรียมไว้จุ่มในน้ำยาเร่งราก เช่น เซราดิกซ์ เบอร์ 1, รู๊ธโกร ฮอร์โมน หรือ
เอ็กซ์โซติก แล้วทิ้งไว้ 3-4 ชม. เพื่อให้แผลแห้ง
จากนั้นนำไปปักชำในวัสดุปักชำที่มีส่วนผสมของขี้เถ้าแกลบกับทรายหรือขุยมะพร้าวในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง
ปักชำให้กิ่งชำลึกประมาณ 1-2 นิ้ว กดดินโดยรอบให้แน่น
รดน้ำผสมยาป้องกันเชื้อราและวิตามิน B1ให้ชุ่ม
หลังจากปักชำแล้วประมาณ 5-6 สัปดาห์ ก็จะงอกรากและแตกใบอ่อน
เมื่อแข็งแรงดีแล้วจึงย้ายลงปลูกในกระถางใหม่ต่อไป
o การปักชำน้ำ
เก็บกิ่งชำไว้ในที่ๆ ไม่มีลมพัดผ่านหรือในภาชนะที่สะอาด ประมาณ 24-30 ชม.
จากนั้นนำไปชำในขวดที่สะอาด (ส่วนมากนิยมใช้ขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น
ขวดลิโพ) โดยใส่น้ำให้ต่ำกว่าปากขวดแล้วหยดน้ำยาเร่งราก เอ็กซ์โซติก ลงไป 2-3
หยด แช่โคนกิ่งชำลงไปในน้ำประมาณ 1-2 เซนติเมตร
จากนั้นนำไปตั้งไว้ในที่แสงรำไรประมาณ 2-3 สัปดาห์
รากก็จะเริ่มงอกออกมา เมื่อรากยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร
จึงย้ายลงปลูกในกระถางต่อไป
การตอนกิ่ง
ใช้เมื่อต้นพันธุ์ดีมีความสูงเกินไปและทิ้งใบทำให้ดูเก้งก้างไม่สวยงาม
การตอนจะช่วยให้ได้ต้นใหม่ที่มีขนาดเตี้ยลงแต่มีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
สามารถตั้งทำดอกประกวดได้เร็ว ขั้นตอนการตอนกิ่งมีดังนี้
1.
เลือกต้นพันธุ์ดีที่จะทำการตอน
ใช้มีดที่คมและสะอาดเฉือนลำต้นเข้าไปประมาณเกือบครึ่งลำต้น ใช้กระดาษชำระเช็ดยางออกให้หมด
2.
ใช้ไม้จิ้มฟันมาเสียบเข้าไปในแผลให้อ้าออก
ทายาเร่งรากเข้าไปในแผลให้ทั่ว
3.
นำตุ้มขุยมะพร้าวที่รดด้วยยาป้องกันเชื้อราและวิตามิน B1 มาผ่ากลางแล้วหุ้มลำต้นตรงรอยผ่า
มัดหัวท้ายตุ้มเข้ากับลำต้นให้แน่น
จากนั้นหาไม้หลักมาปักผูกลำต้นไว้กันไม่ให้โยกคลอน
4.
รากของกิ่งตอนจะออกเต็มตุ้มขุยมะพร้าวภายใน 30-60 วัน
จากนั้นจึงตัดกิ่งตอนออกจากต้นเดิม
ทารอยตัดด้วยปูนแดงหรือยาป้องกันเชื้อราทั้งส่วนที่เป็นต้นตอและกิ่งตอน
5.
เมื่อแผลที่กิ่งตอนแห้งดีแล้วจึงนำไปปลูกลงดินต่อไป
การเสียบกิ่ง
เป็นการนำกิ่งพันธุ์ที่ดีราคาแพงมาเสียบกับต้นตอที่ราคาถูกและแข็งแรง
ซึ่งพันธุ์ที่นิยมใช้เป็นต้นตอคือพันธุ์แดงอุดม
วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนนิยมกันมาก
ทั้งนี้เพราะต้นใหม่ที่ได้จะแข็งแรงและมีโอกาสรอดสูง
อีกทั้งยังใช้เวลาสั้นกว่าการขยายพันธุ์แบบอื่น ขั้นตอนที่สำคัญมีดังนี้
1.
การเตรียมต้นตอ ต้นตอที่นิยมใช้เป็นโป๊ยเซียนพันธุ์แดงอุดม เนื่องจาก
มีลำต้นแข็งแรง หาอาหารเก่ง ทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี
วิธีการเตรียมต้นตอมีดังนี้
o ต้นตอที่ใช้ควรเป็นต้นตอที่มียอดพุ่งหรือที่ยอดมีใบใหม่แตกออกมา
แสดงว่าต้นตอแข็งแรงและมีระบบรากเติบโตเต็มที่ และควรเลือกต้นตอที่มีขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่ากิ่งพันธุ์ที่จะนำมาเสียบ
งดให้น้ำและงดให้ปุ๋ยต้นตอประมาณ 2-3 วัน หรือจนดินแห้ง
o ใช้มีดที่คมและสะอาด
ตัดยอดต้นตอให้สูงจากดิน 3-5 ซม.
ซับยางที่ต้นตอออกด้วยกระดาษชำระหรือผ้าที่สะอาด จากนั้นใช้มีดผ่าต้นตอเป็น
รูปปากฉลาม หรือ รูปตัว V ลึกประมาณ 1-2 ซม. ส่วนยอดของต้นตอที่ตัดออกสามารถนำไปปักชำเพื่อทำเป็นต้นตอได้ต่อไป
2.
การเตรียมกิ่งพันธุ์
กิ่งพันธุ์ที่จะนำมาเสียบกับต้นตอควรเป็นกิ่งพันธุ์ดีที่มีราคาแพง
วิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์มีดังนี้
o กิ่งพันธุ์ต้องไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
งดให้น้ำและงดให้ปุ๋ยต้นตอประมาณ 3-5 วัน
o ใช้มีดที่คมและสะอาด
ตัดยอดกิ่งพันธุ์ยาว 3-5 ซม
ซับยางออกด้วยกระดาษชำระหรือผ้าที่สะอาด
ถ้ากิ่งพันธุ์มีใบมากให้ตัดใบออกบ้างเพื่อลดการคายน้ำ
จากนั้นปาดโคนกิ่งเป็นรูปลิ่ม หรือ รูปตัว V ให้มีความยาวพอกับปากฉลามของต้นตอที่เตรียมไว้
3.
การเสียบกิ่ง เป็นขั้นตอนการนำกิ่งพันธุ์มาเสียบกับต้นตอที่เตรียมไว้
ขั้นตอนในการเสียบกิ่งมีดังนี้
o ใช้เชือกฟางฉีกเป็นเส้นเล็กๆยาว
12-20 นิ้ว
มัดต้นตอใต้รอยบากให้เชือกเงื่อนอยู่ตรงข้ามกับด้านที่มีหนามแหลมสองหนาม เพื่อใช้ในการรั้งเชือกที่โยงยึดกิ่งพันธุ์ดี
o นำกิ่งพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอ
ถ้ากิ่งพันธุ์มีขนาดเล็กกว่าต้นตอ ควรเสียบชิดไปด้านใดด้านหนึ่ง
จากนั้นนำปลายเชือกทั้งสองเส้นโยงขึ้นรั้งกับหนามหรือใบของกิ่งพันธุ์ดี
แล้วโยงข้ามมารั้งกับหนามทั้งสองของต้นตอ ดึงเชือกทั้งสองให้กิ่งพันธุ์แนบสนิทกับต้นตอพร้อมทั้งไขว้เชือกทั้งสองกลับมาพันบริเวณรอยต่อระหว่างต้นตอกับกิ่งพันธุ์หลายๆ
รอบ จากนั้นจึงมัดปลายเชือกทั้งสองเข้าด้วยกันจนแน่น
o นำต้นที่ทำการเสียบกิ่งเรียบร้อยแล้วใส่ในถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นวางไว้ในที่มีแดดรำไร
ประมาณ 7 วันจึงนำออกจากถุงพลาสติก
ควรทำในเวลากลางคืนเพื่อให้ต้นโป๊ยเซียนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกได้
o หลังจากนั้นควรรดน้ำให้เล็กน้อยโดยระวังอย่าให้น้ำถูกรอยแผล
จนกว่ารอยแผลจะเชื่อมดีแล้วจึงให้น้ำได้ตามปกติ
การเพาะเมล็ด
ส่วนใหญ่จะทำการเพาะเมล็ดเมื่อมีการผสมพันธุ์โป๊ยเซียนจากเกสรตัวผู้และตัวเมียที่ต่างสายพันธุ์กัน
จุดประสงค์เพื่อให้ได้โป๊ยเซียนพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า "ลูกไม้"
ที่มีลักษณะของ ลำต้น ดอก หนาม ใบ และอื่นๆ ที่ดีกว่าเดิม
เมล็ดที่ได้จากการผสมพันธุ์มีวิธีการเพาะดังนี้
1.
เตรียมภาชนะที่ใช้ในการเพาะเมล็ดอาจใช้กระถางหรือกระบะพลาสติกก็ได้แต่ควรเป็นภาชนะที่ระบายน้ำได้ดีไม่มีน้ำขัง
นำวัสดุเพาะที่มีส่วนผสมระหว่างขุยมะพร้าวกับทรายในอัตราส่วนเท่าๆ กัน
เทลงในภาชนะแล้วเกลี่ยให้เรียบพร้อมกับกดให้แน่นพอประมาณ
2.
นำเมล็ดที่ได้จากการผสมพันธุ์ โดยใช้เมล็ดแก่สังเกตจากเมล็ดที่เป็นสีน้ำตาลมาวางไว้บนวัสดุเพาะแล้วกลบด้วยวัสดุเพาะหนาประมาณ
1 ซม.
รดด้วยน้ำที่ผสมยาป้องกันเชื้อรา
3.
นำภาชนะเพาะไปตั้งบริเวณที่มีแสงรำไรอากาศถ่ายเทได้สะดวก
รดน้ำวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ ประมาณ 1-2 สัปดาห์จะมีต้นกล้างอกเจริญเติบโตขึ้นมา
เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตจนมีใบประมาณ 5-7 ใบ
จึงทำการย้ายลงปลูกในกระถางใหม่ต่อไป