วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ นาย วิธาน          ทองใหญ่

ชื่อเล่น เฟิร์ส

ห้อง ม.4/9       เลขที่ 8

โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

อายุ 15 ปี

เกิด วันเสาร์ ที่ 17  เดือน เมษายน ปี พ.ศ. 2542

อาชีพที่ใฝ่ฝัน commentater กีฬา

งานอดิเรก ทำสิ่งที่เกี่ยวกับฟุตบอล

สีที่ชอบ น้ำเงิน

FACEBOOK withan     chelsea

ทีมกีฬาที่ชอบ chelsea f.c.

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โป๊ยเซียน





โป๊ยเซียน (ชื่อวิทยาศาสตร์Euphorbia milli Desmoul) เป็นหนึ่งในไม้มงคล ชื่อสามัญของมันคือ Crown of thorns, Christ Thorn จัดอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae อยู่ในสกุล Euphorbia ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับพืชหลายชนิด เช่น ต้นคริสต์มาส และส้มเช้า
โป๊ยเซียน มาจากภาษาจีน แปลว่าเทพยดาทั้ง 8 องค์ ได้แก่ เซียนทิก๋วยลี้ เซียนฮั่นจงหลี เซียนลือท่งปิน เซียนเจียงกั๋วเล้า เซียนหลันไฉ่เหอ เซียนฮ่อเซียนโกว เซียนหันเซียงจือ เซียนเชาก๊กกู๋ เชื่อกันว่า ถ้าบ้านใดมีดอกโป๊ยเซียนครบ 8 ดอก จะนำความโชคดีมาให้แก่บ้านของผู้นั้น

ลักษณะทั่วไป

ลักษณะทั่วไป




                    มีดอกซ้อนกันหลายดอก ขนาดของลำต้น ใบและดอกแตกต่างกันมาก มีหนามแหลมลำต้นแข็งแรง ลำต้นตั้งตรงหรือเอนลู่ห้อยลง  ใบหนาเป็นรูปใบพาย ออกดอกเป็นช่อ เช่น สีขาวครีม เหลือง ส้ม ชมพู ม่วง เขียว  ออกดอกตลอดปี  มีลำต้นแข็งแรง  มีหนามแหลม  คล้ายต้นตะบองเพชร  มียางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมใบมีสีเขียวเข้ม  บางชนิดมีจุดประต่าง ๆ บางชนิดมีขลิบสีอ่อน  และตรงใจกลางดอกมีสีต่าง ๆ กัน  บางชนิดมีชั้นเดียว  แต่บางชนิดมีดอกซ้อนกันถึง 6 ชั้น  ดอกบานตลอดปี  และออกดอกมากในฤดูหนาว ดอกบานทนทาน

พันธุ์ต่างๆ

พันธุ์ต่างๆ


         - ดวงตะวัน



         - ทรัพย์เจริญสุข



          - รุ่งเจริญทรัพย์





        - ทับทิมสยาม



        - นำโชค

           -  พรราชินี 


           - บัลลังก์เงิน

              - มหาลาภ


            
           - พรเจริญสุข

            - พรยิ่งใหญ่


           - ศรีศุภรัตน์


            - ทรัพย์สมโภช


           - ทรัพย์สะอาด


           - นำชัย


            - พลอยชมพู


วัชพืชของโปียเซียน

วัชพืชของโปียเซียน
เพลี้ยไฟ (Thrips)
             ในปี พ.ศ.2537 ที่ผ่านมาโป๊ยเซียนที่ปลูกตามที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทยแสดงอาการใบและดอกลาย ผู้ปลูกเลี้ยงได้สันนิษฐานกันไปต่าง ๆ นานา บางรายก็ว่าเป็นอาการที่เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อไวรัส บางรายก็ว่าเกิดจากไส้เดือนฝอย  ในส่วนของผู้เขียนเองก็ได้ปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนไว้จำนวนหนึ่ง เกือบทุกต้นก็ว่าได้ที่เกิดอาการใบและดอกลาย  กว่าจะพบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรโป๊ยเซียนที่ปลูกไว้ก็อยู่ในสภาพทรุดโทรมเต็มที การพบก็เป็นการบังเอิญโดยที่ตัดกิ่งโป๊ยเซียนที่แสดงอาการใบลายไปปักชำ แล้วใช้ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตร ตัดปากขวดออกแล้วครอบกิ่งชำนั้นไว้ 3-4 วัน ให้หลังสังเกตพบว่าใบของโป๊ยเซียนเหลืองและร่วงหล่นไป  จึงเปิดครอบพลาสติกออกได้พบเพลี้ยไฟจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่บนกิ่งชำนั้น เมื่อพบว่าสาเหตุคืออะไร  การแก้ไขปัญหาใบและดอกลายก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงพ่นสารกำจัดแมลง 1-2 ครั้ง ก็สามารถขจัดปัญหาเรื่องใบและดอกลายออกไปได้หมด
เพลี้ยไฟเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 1-1.2 มิลลิเมตร ตัวเมียวางไข่ไว้ในเนื้อเยื่อของใบอ่อน ตัวอ่อนมีรูปร่างเรียวยาว สีเหลืองอ่อน เพลี้ยไฟทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายโป๊ยเซียนโดยการใช้ปากเขี่ยเนื้อเยื่อใบอ่อนและดอกอ่อนให้ช้ำก่อนแล้วจึงใช้ปากดูดกินน้ำเลี้ยงเป็นอาหาร เมื่อใบและดอกอ่อนที่ถูกทำลายเจริญเติบโตมีขนาดเพิ่มขึ้น รอยแผลที่เกิดจากการดูดกินก็ขยายใหญ่ขึ้นด้วย เห็นเป็นรอยขีดเป็นทางสีน้ำตาล ลวดลายไม่แน่นอนบนใบและดอกที่ถูกทำลาย โป๊ยเซียนต้นที่ถูกทำลายอย่างรุนแรง จะชะงักการเจริญเติบโต และหากส่งเข้าประกวดก็จะสูยเสียความงามในส่วนของใบไป
เพลี้ยไฟโป๊ยเซียนพบได้ทุกแห่งที่มีการปลูกโป๊ยเซียน การแพร่ระบาดมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน  หากผู้ปลูกเลี้ยงพบลักษณะอาการใบและดอกลายให้ใช้สารกำจัดแมลงพ่นให้ทั่วโดยเฉพาะบริเวณยอด ใบอ่อนและดอกอ่อน สารกำจัดแมลงที่แนะนำให้เลือกใช้ได้แก่
1. เมทโธมิล (methomyl)
มีชื่อการค้าว่า แลนเนท (Lannate) มีลักษณะเป็นผง ความเข้มข้น 40 ใช้ในอัตรา 15-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรและที่อยู่ในรูปของของเหลว มีชื่อการค้าว่า แลนเนท แอล (Lannate L) มีความเข้มข้น 18 ใช้ในอัตรา 30-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
2. โมโนโครโตฟอส (monocrotophos)
มีชื่อทางการค้าว่า อโซดริน 60 (Azodrin 60 WSC) ใช้ในอัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
3.  คาร์โบซัลแฟน (carbosulfan)
มีชื่อการค้าว่า พอสซ์ (Posse 20 EC) ใช้ในอัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
หนอนคืบ (Semi-looper)
·                    หนอนคืบกินใบโป๊ยเซียน  เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของโป๊ยเซียนอีกชนิดหนึ่ง มักพบเข้ากัดกินใบโป๊ยเซียนในช่วงฤดูฝน  หนอนคืบชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันดีของเกษตรกรผู้ปลูกละหุ่งในชื่อว่า หนอนคืบละหุ่ง (castor semi-looper – Achaea janata (Linnaeus)) เพราเป็นแมลงศัตรูตัวร้ายของละหุ่ง  ในโป๊ยเซียนความสำคัญก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  โดยที่แมลงชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์ได้เร็ว ตัวหนอนมีขนาดใหญ่ กินจุ สามารถกินใบอ่อนของโป๊ยเซียนให้หมดต้นและเคลื่อนย้ายไปกินต้นอื่นได้อีก และบางครั้งอาจกัดกินส่วนยอดด้วย ทำให้โป๊ยเซียนเติบโตได้ไม่สมบูรณ์
ตัวเต็มวัยของหนอนชนิดนี้เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง สีน้ำตาลอ่อนปนเทา ความกว้างเมื่อกางปีกออกวัดได้ 4-4.5 เซนติเมตร ตัวเมียวางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ ในเวลากลางคืนตามใต้ใบอ่อนหรือกลีบดอก ตัวเมียตัวหนึ่ง ๆ สามารถวางไข่ได้ถึง 4-5 ร้อยฟอง หนอนขนาดเล็กมีสีน้ำตาล เมื่อโตขึ้นมีสีเข้มข้น ส่วนหัวมีสีดำ และข้างแก้มทั้งสองข้างมีสีขาว ลำตัวด้านข้างมีลายสีน้ำตาลพาดตามความยาวลำตัวและมีจุดสีดำข้างละ 10 จุด เวลาเคลื่อนที่ไปหนอนจะคืบส่วนหัวออกไปข้างหน้าก่อนแล้วยกลำตัวให้โค้งขึ้น ใช้ส่วนขาที่อยู่ท้ายสุดของลำตัวเกาะชิดกับส่วนหัวแล้วจึงคืบส่วนหัวออกไปใหม่ หนอนเมื่อโตเต็มที่มีขนาดยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร จากนั้นจึงลงมาเข้าดักแด้ตามพื้นดินและออกเป็นผีเสื้อต่อไป
หนอนคืบเมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ จะแทะเล็มส่วนของผิวใบหรือผิวดอกด้านล่างให้เป็นรอย และถ่ายมูลไปตกไว้ตามใบล่าง ๆ สังเกตได้ชัดเจน  ส่วนหนอนที่โตแล้วจะกัดกินใบให้แหว่งเว้าหรือเหลือแต่เพียงก้านใบ หากพบร่องรอยการทำลาย  ให้ตรวจหาหนอนซึ่งมักจะซ่อนตัวอยู่ตามใต้ใบหรือลำต้น เมื่อพบให้ใช้มือจับออกไปทำลายทิ้ง  หากพบหนอนในปริมาณมากหรือมีการระบาดรุนแรงเกินกำลังที่ใช้มือจับไปทำลาย  ให้ใช้สารกำจัดแมลงพ่นให้ทั่วต้น  สารกำจัดแมลงที่ใช้ได้ผลดีคือ
1.  คาร์บาริล (carbaryl) มีชื่อการค้าว่า เซฟวิน 85 (Sevin 85 WP) ใช้ในอัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
2.  เมทโธมิล (methomyl) มีชื่อการค้าว่า แลนเนท (Lannate) มีลักษณะเป็นผง ความเข้มข้น 40 ใช้ในอัตรา 15-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และที่อยู่ในรูปของของเหลวมีชื่อการค้าว่า แลนเนท แอล (Lannate L) มีความเข้มข้น 18 ใช้ในอัตรา 30-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
แมลงหวี่ขาว (Whitefly)
·         แมลงหวี่ขาวที่ลงทำลายโป๊ยเซียเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไปในอีกชื่อหนึ่งว่า แมลงหวี่ขาวยาสูบ (tobacco whitefly – Bemisia tabaci(Gennadius)) แมลงหวี่ขาวทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยอาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณด้านใต้ใบโป๊ยเซียน  ใบที่ถูกทำลายมาก ๆ จะมีขนาดเล็กและเหลืองร่วงก่อนกำหนด  นอกจากนี้แมลงหวี่ขาวยังขับถ่ายน้ำหวานออกมาตกลงมาบนใบที่อยู่ข้างล่างซึ่งน้ำหวานที่ถ่ายออกมานั้นเป็นอาหารอย่างดีของราดำ  ราดำจึงเจริญขึ้นปกคลุมใบ ทำให้ใบสกปรกและการสังเคราะห์แสงลดน้อยลง โป๊ยเซียนจึงเจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร
แมลงหวี่ขาวเป็นแมลงปากดูขนาดเล็ก ปีกมีสีขาวซึ่งปกคลุมไปด้วยผงคล้ายแป้งสีขาว ขนาดเมื่อกางปีกออก มีความกว้างของปีก 1.5-2 มิลลิเมตร ตัวเมียวางไข่ด้านใต้ใบอ่อน ตัวอ่อนเมื่อฟักออกจากไข่จะอาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณที่วางไข่นั้น ตัวอ่อนมีลักษณะกลมรี แบนราบติดกับผิวใบ เมื่อโตเต็มที่จึงเข้าดักแด้และออกเป็นตัวเต็มวัยต่อไป
มักพบเห็นแมลงหวี่ขาวเข้าทำความเสียหายให้กับโป๊ยเซียนในช่วงที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้ง หากพบการระบาด สารกำจัดแมลงที่แนะนำให้ใช้ในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟสามารถใช้ได้ผลดีกับแมลงหวี่ขาวเช่นกัน นอกจากนี้การกำจัดวัชพืชบางชนิดเช่น สาบเสือ หญ้าฟองสบู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชอาหารของแมลงหวี่ขาวให้หมดไปจากบริเวณที่ปลูกโป๊ยเซียน ก็เป็นการช่วยลดปริมาณแมลงหวี่ขาวที่จะเคลื่อนย้ายมายังต้นโป๊ยเซียนที่ปลูกอยู่ด้วย
            แมลงศัตรูโป๊ยเซียนชนิดอื่น ๆ ที่พบเข้าทำความเสียหายให้กับโป๊ยเซียนเป็นบางครั้งบางคราวในปริมาณไม่มากนัก เช่น แมลงหวี่ขาว (spiraling whitefly – Aleurodicus disperses (Russell)) เพลี้ยแป้ง (mealybug) เพลี้ยอ่อน (aphid) หนอนบุ้ง (hairy caterpillar) หนอนด้วงปีกแข็ง (white grub) หนอนกระทู้ (cutworm) และหนอนม้วนใบถั่วเหลือง (soybean leafroller – archips micacaena(Walder)) เป็นต้น  ซึ่งถ้าหากสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวนต่อการเจริญเติบโต และการแพร่พันธุ์ ประกอบกับการดูแลของผู้ปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนไม่ดีพอด้วยแล้ว แมลงเหล่านี้บางชนิดอาจจะกลาย เป็นแมลงศัตรูสำคัญของโป๊ยเซียนขึ้นมาได้เช่นกัน

วิธีดูแลรักษา

วิธีดูแลรักษา


          เนื่องจาก โป๊ยเซียนเป็นพืชที่ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่ระบายน้ำได้ดีควรใช้ดินที่ผสมกากมะพร้าวสับ เพื่อช่วยให้ดินระบายน้ำดีขึ้น

           เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ด้วยปุ๋ยมาตรสูตร (16-16-16 หรือ 15-15-15) โรยในกระถางประมาณ 10-20 เม็ด ระวังอย่าใรยใกล้โคนต้นมากเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นเหี่ยวเฉาได้ 
          
            นำโป๊ยเซียนออกไปรับแสงแดดยามเช้า แนะนำให้ตั้งกระถางโป๊ยเซียนไว้ทางด้านตะวันออกของบ้าน เพื่อให้เงาบ้านช่วยบังแดดแรงยามบ่ายที่ส่องมา 
        
            ระวังหนอนและแมลงรบกวนในบางฤดู รวมทั้งระวังโรคที่มากับดอกหรือใบเหี่ยว ป้องกันง่ายๆด้วยการเก็บดอกและใบที่เหี่ยวทิ้งทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก

           ควรรดน้ำในช่วงเช้าวันละครั้ง หากวันไหนอากาศร้อนมาก ควรรดน้ำเสริมในช่วงบ่ายหรือเย็น 

การเพาะพันธุ์

การเพาะพันธุ์

การปักชำกิ่ง
เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายและประหยัด นอกจากนี้ยังขยายพันธุ์ได้คราวละมากๆ ต้นใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ แต่จะใช้เวลาในการงอกของรากนานและโอกาสที่กิ่งชำจะเน่าก็มีมาก ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปักชำจึงควรเป็นช่วงฤดูหนาว คือช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม ขั้นตอนการปักชำกิ่งมีดังนี้
1.       เลือกต้นที่มีกิ่งแขนงไม่แก่หรืออ่อนเกินไป โดยสังเกตที่สีของกิ่งต้องมีสีเข้มคล้ำแต่ก็ไม่ดำ เพราะถ้ากิ่งแก่มากจะออกรากยาก ถ้ากิ่งอ่อนมากจะเน่าได้ง่าย งดใส่ปุ๋ยและงดการให้น้ำอย่างน้อย 5-7 วัน
2.       ใช้มีดที่คมและสะอาดตัดกิ่งที่เลือกไว้ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ถ้าเป็นกิ่งแขนงที่มีความยาว 4-5 นิ้ว อยู่แล้ว ให้ตัดให้ชิดกับลำต้น จะช่วยให้กิ่งชำเน่ายากขึ้น เด็ดใบที่โคนกิ่งชำออกให้เหลือใบที่ยอดประมาณ 5-6 ใบ แล้วล้างยางที่บริเวณรอยตัดและรอยเด็ดใบด้วยน้ำสะอาด
3.       ใช้ปูนแดงหรือยาป้องกันเชื้อราทาตรงบริเวณรอยตัดของต้นแม่ เพื่อป้องกันเชื้อราเข้าแผล
4.       เมื่อเตรียมกิ่งชำเรียบร้อยแล้ว การปักชำสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การปักชำดินและการปักชำน้ำ
o    การปักชำดิน นำกิ่งชำที่เตรียมไว้จุ่มในน้ำยาเร่งราก เช่น เซราดิกซ์ เบอร์ 1, รู๊ธโกร ฮอร์โมน หรือ เอ็กซ์โซติก แล้วทิ้งไว้ 3-4 ชม. เพื่อให้แผลแห้ง จากนั้นนำไปปักชำในวัสดุปักชำที่มีส่วนผสมของขี้เถ้าแกลบกับทรายหรือขุยมะพร้าวในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง ปักชำให้กิ่งชำลึกประมาณ 1-2 นิ้ว กดดินโดยรอบให้แน่น รดน้ำผสมยาป้องกันเชื้อราและวิตามิน B1ให้ชุ่ม หลังจากปักชำแล้วประมาณ 5-6 สัปดาห์ ก็จะงอกรากและแตกใบอ่อน เมื่อแข็งแรงดีแล้วจึงย้ายลงปลูกในกระถางใหม่ต่อไป
o    การปักชำน้ำ เก็บกิ่งชำไว้ในที่ๆ ไม่มีลมพัดผ่านหรือในภาชนะที่สะอาด ประมาณ 24-30 ชม. จากนั้นนำไปชำในขวดที่สะอาด (ส่วนมากนิยมใช้ขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น ขวดลิโพ) โดยใส่น้ำให้ต่ำกว่าปากขวดแล้วหยดน้ำยาเร่งราก เอ็กซ์โซติก ลงไป 2-3 หยด แช่โคนกิ่งชำลงไปในน้ำประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นนำไปตั้งไว้ในที่แสงรำไรประมาณ 2-3 สัปดาห์ รากก็จะเริ่มงอกออกมา เมื่อรากยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จึงย้ายลงปลูกในกระถางต่อไป
การตอนกิ่ง
ใช้เมื่อต้นพันธุ์ดีมีความสูงเกินไปและทิ้งใบทำให้ดูเก้งก้างไม่สวยงาม การตอนจะช่วยให้ได้ต้นใหม่ที่มีขนาดเตี้ยลงแต่มีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถตั้งทำดอกประกวดได้เร็ว ขั้นตอนการตอนกิ่งมีดังนี้
1.       เลือกต้นพันธุ์ดีที่จะทำการตอน ใช้มีดที่คมและสะอาดเฉือนลำต้นเข้าไปประมาณเกือบครึ่งลำต้น ใช้กระดาษชำระเช็ดยางออกให้หมด
2.       ใช้ไม้จิ้มฟันมาเสียบเข้าไปในแผลให้อ้าออก ทายาเร่งรากเข้าไปในแผลให้ทั่ว
3.       นำตุ้มขุยมะพร้าวที่รดด้วยยาป้องกันเชื้อราและวิตามิน B1 มาผ่ากลางแล้วหุ้มลำต้นตรงรอยผ่า มัดหัวท้ายตุ้มเข้ากับลำต้นให้แน่น จากนั้นหาไม้หลักมาปักผูกลำต้นไว้กันไม่ให้โยกคลอน
4.       รากของกิ่งตอนจะออกเต็มตุ้มขุยมะพร้าวภายใน 30-60 วัน จากนั้นจึงตัดกิ่งตอนออกจากต้นเดิม ทารอยตัดด้วยปูนแดงหรือยาป้องกันเชื้อราทั้งส่วนที่เป็นต้นตอและกิ่งตอน
5.       เมื่อแผลที่กิ่งตอนแห้งดีแล้วจึงนำไปปลูกลงดินต่อไป
การเสียบกิ่ง
เป็นการนำกิ่งพันธุ์ที่ดีราคาแพงมาเสียบกับต้นตอที่ราคาถูกและแข็งแรง ซึ่งพันธุ์ที่นิยมใช้เป็นต้นตอคือพันธุ์แดงอุดม วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนนิยมกันมาก ทั้งนี้เพราะต้นใหม่ที่ได้จะแข็งแรงและมีโอกาสรอดสูง อีกทั้งยังใช้เวลาสั้นกว่าการขยายพันธุ์แบบอื่น ขั้นตอนที่สำคัญมีดังนี้
1.       การเตรียมต้นตอ ต้นตอที่นิยมใช้เป็นโป๊ยเซียนพันธุ์แดงอุดม เนื่องจาก มีลำต้นแข็งแรง หาอาหารเก่ง ทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี วิธีการเตรียมต้นตอมีดังนี้
o    ต้นตอที่ใช้ควรเป็นต้นตอที่มียอดพุ่งหรือที่ยอดมีใบใหม่แตกออกมา แสดงว่าต้นตอแข็งแรงและมีระบบรากเติบโตเต็มที่ และควรเลือกต้นตอที่มีขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่ากิ่งพันธุ์ที่จะนำมาเสียบ งดให้น้ำและงดให้ปุ๋ยต้นตอประมาณ 2-3 วัน หรือจนดินแห้ง
o    ใช้มีดที่คมและสะอาด ตัดยอดต้นตอให้สูงจากดิน 3-5 ซม. ซับยางที่ต้นตอออกด้วยกระดาษชำระหรือผ้าที่สะอาด จากนั้นใช้มีดผ่าต้นตอเป็น รูปปากฉลาม หรือ รูปตัว V ลึกประมาณ 1-2 ซม. ส่วนยอดของต้นตอที่ตัดออกสามารถนำไปปักชำเพื่อทำเป็นต้นตอได้ต่อไป
2.       การเตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งพันธุ์ที่จะนำมาเสียบกับต้นตอควรเป็นกิ่งพันธุ์ดีที่มีราคาแพง วิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์มีดังนี้
o    กิ่งพันธุ์ต้องไม่แก่หรืออ่อนเกินไป งดให้น้ำและงดให้ปุ๋ยต้นตอประมาณ 3-5 วัน
o    ใช้มีดที่คมและสะอาด ตัดยอดกิ่งพันธุ์ยาว 3-5 ซม ซับยางออกด้วยกระดาษชำระหรือผ้าที่สะอาด ถ้ากิ่งพันธุ์มีใบมากให้ตัดใบออกบ้างเพื่อลดการคายน้ำ จากนั้นปาดโคนกิ่งเป็นรูปลิ่ม หรือ รูปตัว V ให้มีความยาวพอกับปากฉลามของต้นตอที่เตรียมไว้
3.       การเสียบกิ่ง เป็นขั้นตอนการนำกิ่งพันธุ์มาเสียบกับต้นตอที่เตรียมไว้ ขั้นตอนในการเสียบกิ่งมีดังนี้
o    ใช้เชือกฟางฉีกเป็นเส้นเล็กๆยาว 12-20 นิ้ว มัดต้นตอใต้รอยบากให้เชือกเงื่อนอยู่ตรงข้ามกับด้านที่มีหนามแหลมสองหนาม เพื่อใช้ในการรั้งเชือกที่โยงยึดกิ่งพันธุ์ดี
o    นำกิ่งพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอ ถ้ากิ่งพันธุ์มีขนาดเล็กกว่าต้นตอ ควรเสียบชิดไปด้านใดด้านหนึ่ง จากนั้นนำปลายเชือกทั้งสองเส้นโยงขึ้นรั้งกับหนามหรือใบของกิ่งพันธุ์ดี แล้วโยงข้ามมารั้งกับหนามทั้งสองของต้นตอ ดึงเชือกทั้งสองให้กิ่งพันธุ์แนบสนิทกับต้นตอพร้อมทั้งไขว้เชือกทั้งสองกลับมาพันบริเวณรอยต่อระหว่างต้นตอกับกิ่งพันธุ์หลายๆ รอบ จากนั้นจึงมัดปลายเชือกทั้งสองเข้าด้วยกันจนแน่น
o    นำต้นที่ทำการเสียบกิ่งเรียบร้อยแล้วใส่ในถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นวางไว้ในที่มีแดดรำไร ประมาณ 7 วันจึงนำออกจากถุงพลาสติก ควรทำในเวลากลางคืนเพื่อให้ต้นโป๊ยเซียนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกได้
o    หลังจากนั้นควรรดน้ำให้เล็กน้อยโดยระวังอย่าให้น้ำถูกรอยแผล จนกว่ารอยแผลจะเชื่อมดีแล้วจึงให้น้ำได้ตามปกติ
การเพาะเมล็ด
ส่วนใหญ่จะทำการเพาะเมล็ดเมื่อมีการผสมพันธุ์โป๊ยเซียนจากเกสรตัวผู้และตัวเมียที่ต่างสายพันธุ์กัน จุดประสงค์เพื่อให้ได้โป๊ยเซียนพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า "ลูกไม้" ที่มีลักษณะของ ลำต้น ดอก หนาม ใบ และอื่นๆ ที่ดีกว่าเดิม เมล็ดที่ได้จากการผสมพันธุ์มีวิธีการเพาะดังนี้
1.       เตรียมภาชนะที่ใช้ในการเพาะเมล็ดอาจใช้กระถางหรือกระบะพลาสติกก็ได้แต่ควรเป็นภาชนะที่ระบายน้ำได้ดีไม่มีน้ำขัง นำวัสดุเพาะที่มีส่วนผสมระหว่างขุยมะพร้าวกับทรายในอัตราส่วนเท่าๆ กัน เทลงในภาชนะแล้วเกลี่ยให้เรียบพร้อมกับกดให้แน่นพอประมาณ
2.       นำเมล็ดที่ได้จากการผสมพันธุ์ โดยใช้เมล็ดแก่สังเกตจากเมล็ดที่เป็นสีน้ำตาลมาวางไว้บนวัสดุเพาะแล้วกลบด้วยวัสดุเพาะหนาประมาณ 1 ซม. รดด้วยน้ำที่ผสมยาป้องกันเชื้อรา
3.       นำภาชนะเพาะไปตั้งบริเวณที่มีแสงรำไรอากาศถ่ายเทได้สะดวก รดน้ำวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ ประมาณ 1-2 สัปดาห์จะมีต้นกล้างอกเจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตจนมีใบประมาณ 5-7 ใบ จึงทำการย้ายลงปลูกในกระถางใหม่ต่อไป

การเป็นมงคล

การเป็นมงคล

                      




                คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ประจำบ้านจะนำโชคลาภมาให้คนในบ้านเพราะต้นโป๊ยเซียนเป็นไม้เสี่ยงทายคือ ถ้าผู้ใดปลูกต้นโป๊ยเซียนออกดอกได้ดอกขึ้นไปผู้นั้นก็จะมีโชคลาภตามไปด้วย นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าต้นโป๊ยเซียนยังช่วยคุ้มครองให้มมีความอยู่เย็นเป็นสุขเพราะต้นโป๊ยเซียนเป็นต้นไม้แห่งเทพเจ้า8องค์ที่คอยคุ้มครองโลกมนุษย์

เทพเจ้า 8 องค์ ได้แก่
1. เซียนพิการ                    2. เซียนหอสมุด
3. เซียนอาจารย์                 4. เซียนค้างคาวเผือก
5. เซียนวนิพก                   6. เซียนสาวสวย
7. เซียนกวี                        8. เซียนถ้ำ